Aini is 2 years, 8 months, 2 weeks and 6 days old

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัยนีไปถ่ายหนังสือไว้สองเล่ม คือรักลูกและMother&Care ตอนนี้หนังสือออกทั้งคู่แล้วค่ะ แต่เพิ่งได้ CDจากMother&Careที่เดียว
อัยนีคงถ่ายสองเล่มนี้ทิ้งถ่ายก่อนไม่ได้ถ่ายอะไรอีกนาน เพราะเดือนหน้าOutlookจะเปิดตัวtabloidเล่มใหม่ ซึ่งจะมาแทนที่Outlookในวันเสาร์ เป็นหนังสือผู้หญิงในชื่อ Muse มัมมี้เป็นคนดูแลการผลิต และตามที่บรรณาธิการผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้เคยกล่าวไว้ ในงานหนังสือทั้งหลายทั้งมวล เขาว่ากันว่า weekly หรือหนังสือรายสัปดาห์นี่แหละ หนักอักโขสุดแล้ว เพราะระหว่างทำก็ต้องวางแผนเล่มในอนาคตไปด้วยจนแทบไม่ได้หายใจ

อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป เราจะเริ่มทำstockเรื่องสำหรับ Muse กันแล้ว มัมมี้คงจะงานยุ่งมากๆ และอัยนีอาจจะมีเวลาอยู่กับแม่น้อยลง อันที่จริงอัยนีก็ฝึกห่างๆแม่มาได้สักเดือนแล้วล่ะ เพราะมัมมี้เริ่มพยายามลดน้ำหนักจริงจัง และไปออกกำลังกายตอนเย็นเกือบทุกวัน ไปรับลูก ออกกำลังกาย กลับมาเอาลูกเข้านอนอยู่แบบนี้

ผลลัพท์ของการห่างลูกก็คือ แง้ๆๆๆ ไม่รู้ลูกรักน้อยลงป่าว แต่เดี๋ยวนี้เวลาจะออกไปไหน อัยนีไม่ร้องตามแม่แล้วงอ่ะค่ะ แต่งตัวยังไม่ทันเสร็จลูกก็ ''มัมมี้ อัสลามมุอะไลกุม วาเราะห์มาตุลลอห์ ฮิวะบะรอกาตุห์'' สลามไล่แม่ตั้งแต่ยังไม่แต่งหน้าเลย
ถ้าให้ตอบแบบไม่โกหก อันที่จริงไม่ได้เสียใจอะไรเลยที่ลูกปรับตัวได้กับการที่แม่ต้องไปทำงาน ไปออกกำลังกาย เพราะมัมมี้ไม่ชอบโกหก โดยเฉพาะโกหกลูก ที่สำคัญ ตัวเองถูกเลี้ยงมาให้เป็นคน independent และคิดว่าการที่ลูกมีความสามารถในการปรับตัวได้ดี เป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปเป็นผูใหญ่ที่เข้มแข็ง

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนเอาไว้ว่า ปัญหาของพ่อแม่ที่ลูกติดจนไม่เป็นอันทำอะไร ลูกไม่เอาพี่เลี้ยง ไม่เอาใครนอกจากพ่อแม่นั้น ส่วนหนึ่งมาจากตัวพ่อแม่เองนั่นแหละ คือปากบอกว่าอยากให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยงแต่ลึกๆแอบหัวเราะหึๆดีใจ ลูกรักกูที่สุด เลยไปกันใหญ่เลย มัมมี้พยายามมาตลอดที่จะไม่มองการร้องไห้งอแงเวลาห่างกันเป็นความรักแล้วหลงดีใจไปกับมัน เพราะรักสำหรับมัมมี้คือการไม่ยึดติด ลูกร้องไห้เวลาไกลแม่ไม่ใช่รักทั้งหมด แต่เพราะผูกพัน เพราะยึดติด เพราะไม่คุ้นเคยกับการอยู่กับคนแปลกหน้า
สำหรับมัมมี้ รักคือการไว้ใจ คือการทำให้คนที่รักเชื่อว่าเราเข้มแข็งและมีความสุขได้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลัง เหมือนที่มัมมี้เคยได้รับความเชื่อใจจากต่าต๊ายัยยัยให้ออกไปอยู่คนเดียวตั้งแต่อายุ 17

อัยนีก็มอบความรักความเชื่อใจเช่นนั้นให้แม่เสมอมา ปรับตัวได้เร็ว อยู่กับใครก็ได้ ไม่เกเรเวลาห่างแม่ อันที่จริง อัยนีเป็นเด็กดีมากเวลาแม่ไม่อยู่ พอแม่กลับมาสิ มารร้ายเข้าสิงทันที ฮ่าๆๆๆ ตกลงรักแม่ไหมนี่
ยิ่งห่างก็ยิ่งสวีท เวลามัมมี้ทำอะไรที่ไม่ค่อยได้ทำให้ให้อัยนีเช่นอุ้มเดินนานๆ หรืออุ้มขึ้นบันได อ้อ บ้านเราอยู่ชั้นห้า และอัยนีเดินขึ้นบันไดเองทั้ง 5 ชั้นมาตั้งแต่2ขวบต้นๆแล้วค่ะ ช่วงนี้เวลาไม่เหนื่อยเกินไป มัมมี้ก็จะอุ้ม ทุกครั้งที่ขอให้อุ้ม แล้วแม่อุ้ม อัยนีจะหอมฟอดใหญ่ แล้วพูดว่า ''I love you, Mummy.'' เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มัมมี้อาบน้ำ ทาโลชั่น ทาแป้งให้ อัยนีจะก้มลงมาหอมแม่

บางครั้งที่โดนดุเพราะแม่อารมณ์เสียมาแล้วหนูมากวนประสาท อัยนีจะเข้ามาบอกว่า ''หนูขอโทษค่ะ แม่ไม่ดุหนูนะ หนูไม่ทำอีกแล้วนะ''
นอกจากความช่างประจบประแจง อัยนียังเริ่มเถียง ไม่ใช่เถียงฉอดๆ แต่เป็นการต่อล้อต่อเถียงเพราะมีเหตุผล [ข้ออ้าง] ของตัวเอง มัมมี้รินนมให้ทาน อัยนีบอกว่าอิ่มแล้ว พอมัมมี้ตอบว่า อิ่มได้ไง กินไปนิดเดียว หนูรีบยกแก้วให้ดูแล้วเถียงต่อว่า
''ก้อมันเยอะเกินไปนี่''

ไปออฟฟิสแม่ครั้งก่อน อัยนีไปเล่นคอมของ[น้า]หลานสุดที่รัก เล่นๆก็ไล่เจ้าของโต๊ะไป บอกว่า ''ไปๆ อัยนีจะทำงาน''
กดๆคีย์บอร์ดสักพัก ก็ปีนขึ้นไปจับหลังจอ [แบบตู้ เครื่องนี้ไม่มี lcdค่ะ] มัมมี้หันมาเห็นพอดีเลยถามว่า อัยนีทำอะไรน่ะ หนูยิ้มหน้าระรื่นแล้วตอบว่า ''หนูซ่อมคอมค่ะ'' [ทำให้ต้องเอาคอมไปส่งซ่อมมากกว่า]
สักพัก อัยนีหยิบกระเป๋าตังค์หลานแล้วเทเงินออกมาเล่น หลานเห็นเข้าก็ถามว่า ''เงินใครน่ะอัยนี?'' น้องอัยนีก็ตอบว่า ''ของหลาน......อัยนีเอา'' หลานเอามาเล่าให้ฟังอย่างระรื่น บอกว่าน่ารักอย่างนั้นน่ารักอย่างนี้ จนมัมมี้ต้องตอบไปว่า
''อะไรแกจะหลงมันขนาดนั้น โดนเด็กไถตังค์ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะ''
สงสัยหลานจะเข้าทำนอง รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก

ปล เพลงนี้เหมาะกับใครหลายๆคนใน Bangkok Postแฮะ